หน้าหลัก

     โรคภูมิแพ้

     หนังสือ     ผลิตภัณฑ์       แพทย์       แผนที่ Link

   www . allergyasthmathailand . com    
       
 

             

   
 

        

 
 

               วัคซีนภูมิแพ้ Immunotherapy

 
 

      

 
 

               ทำไมจึงต้องฉีดวัคซีนภูมิแพ้

 
 

               เนื่องจากการใช้ยาชนิดต่างๆในการรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และโรคหอบหืด
ไม่ว่าจะเป็นยารับประทาน หรือยาพ่นชนิดต่างๆ เป็นการรักษาอาการของโรค หรือเพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ แต่ยาเหล่านั้นไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงกลไกการแพ้ในร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งเป็นสาเหตุอันแท้จริงของโรค


               การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคดังกล่าว
โดยวัคซีนสามารถไปปรับเปลี่ยนหรือหยุดยั้งกลไกการแพ้ที่เกิดขึ้นในร่างกายผู้ป่วย
ทำให้อาการของโรคสงบลง จนถึงมีโอกาสหายขาด

 
 

      

 
 

               วัคซีนทำมาจากอะไร

 
 

               วัคซีนที่นำมาฉีดให้แก่ผู้ป่วยแต่ละรายนั้น เป็นส่วนผสมของสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่างๆที่ผู้ป่วยรายนั้นๆแพ้
โดยทราบมาจากผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ดังนั้นวัคซีนของผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์จึงต้องเตรียมวัคซีนเฉพาะเป็นรายๆไป

 
 

        

 
 

               วัคซีนออกฤทธิ์อย่างไร?

 
 

               วัคซีนจะไปออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย (เฉพาะในส่วนที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ )
โดยจะไปลดการสร้าง IgE อันเป็นสารสำคัญในการเกิดโรคภูมิแพ้
และวัคซีนยังช่วยเพิ่มการสร้าง IgG ซึ่งสามารถไปยับยั้งปฏิกิริยาการแพ้ได้


               นอกจากนี้วัคซีนยังยับยั้งการทำงานของเซลล์ต่างๆซึ่งหลั่งสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้
ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ดังกล่าว จึงทำให้ปฏิกิริยาการแพ้ที่เคยปรากฏที่บริเวณตา,จมูก ,ระบบทางเดินหายใจ ลดลงหรือหมดไป

 
 

        

 
 

               ขั้นตอนการฉีดเป็นอย่างไร?

 
 

               การฉีดจะเริ่มด้วยน้ำยาชนิดเจือจางในปริมาณน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณวัคซีนและความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ จนได้ความเข้มข้นของวัคซีนเป็น 1,000 เท่าของความเข้มข้นเริ่มต้น
ซึ่งในช่วงแรกจะฉีด 1ครั้ง/สัปดาห์
หลังจากนั้นจะเว้นห่างออกเป็นทุก 2 สัปดาห์, ทุก 3 สัปดาห์ และเดือนละครั้ง
รวมเวลาทั้งสิ้นประมาณ 3-5 ปี ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้

 
 

        

 
 

               หากเลิกฉีดวัคซีนก่อนกำหนดจะเป็นอย่างไร?

 
 

               การเลิกฉีดวัคซีนก่อนกำหนดอาจทำให้ผลการรักษาไม่ถาวร
ผู้ป่วยอาจกลับมามีอาการใหม่อีกได้

 
 

        

 
 

               การรักษาด้วยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ได้ผลดีเพียงใด?

 
 

               การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ได้ผลดีในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหืด ผู้ที่แพ้ผึ้งและแมลงกัดต่อยอื่นๆ
โดยได้ผลประมาณ 70-90%ของผู้ป่วยโรคดังกล่าวที่รับการรักษาด้วยวิธีนี้
ซึ่งการรักษาจะเริ่มเห็นผลเมื่อฉีดวัคซีนไปได้ประมาณ 4-6 เดือน


               ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรใจร้อนเลิกฉีดวัคซีนไปในเวลาอันสั้น
อย่างไรก็ตามในรายที่ฉีดวัคซีนครบ 1 ปีแล้วอาการของโรคไม่ทุเลาลง ก็อาจพิจารณาเลิกฉีด

 
 

        

 
 

               จะทราบได้อย่างไรว่าฉีดวัคซีนแล้วได้ผล?

 
 

               ทราบได้จากอาการต่างๆลดลง หรือห่างออกไป
               ความรุนแรงของโรคลดลง
               ความต้องการใช้ยาต่างๆลดลง


               ถึงแม้ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้จะได้ผลดีดังกล่าวมาแล้ว
ผู้ป่วยก็ยังควรใส่ใจในการหลีกเลี่ยงต่อสารต่างๆที่ตนแพ้ด้วย
เพราะถ้าหากได้รับสารดังกล่าวในปริมาณมากๆ ก็อาจมีอาการกำเริบขึ้นได้ในบางราย
แม้อาการจะน้อยกว่าเดิมก็ตาม

 
 

        

 
 

               การฉีดวัคซีนมีอันตรายหรือไม่?

 
 

               เนื่องจากวัคซีนมีส่วนประกอบเป็นสารต่างๆที่ผู้ป่วยแพ้
นำมาผ่านขบวนการต่างๆ ก่อนฉีดให้กับผู้ป่วย
เราจึงอาจพบการแพ้ต่อวัคซีนนี้ได้
ซึ่งส่วนใหญ่มักมีอาการเพียงบวม คัน แดง ตรงบริเวณที่ฉีดยา
และมักเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีด
ส่วนใหญ่แล้วมักหายได้เอง
               แต่ถ้าผื่นมีขนาดใหญ่ สามารถใช้ยาแก้แพ้ ( antihistamine ) รักษาได้
การเกิดปฏิกิริยาในบริเวณที่ฉีดวัคซีน
อาจทำให้ต้องปรับปริมาณของวัคซีนที่จะฉีดครั้งต่อไป
ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น
               ผื่นบวม เจ็บที่เกิดหลังการฉีดหลายชั่วโมง มักเกิดจากการอักเสบมากกว่าเกิดจากการแพ้วัคซีน
เราสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบด้วยน้ำแข็ง รับประทานยาแก้ปวด เช่น paracetamol
               ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะรายที่ผลการทดสอบภูมิแพ้พบว่า
มีปฏิกิริยาแพ้รุนแรงต่อสารหลายชนิด อาจเกิดการแพ้ต่อวัคซีนที่ฉีดได้
โดยมีอาการแสดงออกมานอกเหนือจากบริเวณที่ฉีดวัคซีน
เช่น คันทั่วตัว ลมพิษ แน่นลำคอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ความดันโลหิตลดต่ำลง ช้อค
ส่วนใหญ่อาการมักเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีดวัคซีน
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยเอง
แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยอยู่สังเกตอาการภายในคลินิกหลังฉีดยา 30 นาที เป็นประจำทุกครั้ง
หากเริ่มมีอาการผิดปกติจะได้รีบแก้ไข ได้ทันท่วงที
               ผู้ป่วยไม่ควรออกกำลังกายในช่วง 2 ชั่วโมงหลังการฉีดวัคซีน
เพราะอาจทำให้มีโอกาสเกิดการแพ้วัคซีนได้
               นอกจากนี้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคหัวใจ ยาลดความดันโลหิต ยารักษาโรคต้อหิน
ยารักษาไมเกรน อาจส่งเสริมให้เกิดการแพ้วัคซีนง่ายขึ้น และทำให้การรักษาการแพ้ได้ผลไม่เต็มที่
จึงจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งว่าท่านใช้ยาดังกล่าวอยู่
               การฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำจะทำให้การรักษาได้ผลดี
แต่ถ้าหากท่านมีความจำเป็นอันทำให้การฉีดวัคซีนพลาดกำหนดไป เช่น ไม่สบายด้วยโรคอื่นๆ
ไปต่างประเทศ ก็ยังสามารถกลับมาฉีดวัคซีนต่อได้ แต่ต้องปรับปริมาณวัคซีน
และระยะห่างของการฉีดในช่วงแรกเล็กน้อย


               ดังนั้นโปรดโทรแจ้งแพทย์ภูมิแพ้ของท่านเพื่อทราบวิธีการฉีดที่เหมาะสม
ควรงดฉีดวัคซีนในวันที่ท่านมีอาหารหอบหืดกำเริบ หรือมีไข้สูง

 
 

        

 
 

               ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาฉีดวัคซีนกับแพทย์ภูมิแพ้ของท่านเท่านั้นหรือไม่?

 
 

               ไม่จำเป็น ท่านสามารถนำวัคซีนไปฉีดได้กับคลินิกใกล้บ้านท่าน
โดยทางแพทย์ภูมิแพ้จะจัดทำเอกสารประกอบการฉีด
รวมทั้งคำแนะนำที่จำเป็นต่าง ๆให้กับผู้ป่วยนำไปให้แพทย์
ท่านไม่ควรให้สถานพยาบาลที่ไม่มีแพทย์ประจำเป็นผู้ฉีดให้
เพราะเมื่อเกิดอาการแพ้ อาจไม่ได้รับการแก้ไขได้ทันท่วงที

 
 

        

 
 

               สงวนลิขสิทธิ์ โดย

 
 

               พญ. สิรินันท์ บุญยะลีพรรณ และ ผศ.นพ. เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ

 
 

         

 
 

         

 
 

Copyright08  allergyasthmathailand.com all rights reserved

 
 

หน้าหลัก l คลินิก l โรคภูมิแพ้ l หนังสือ l ผลิตภัณฑ์ l แพทย์ l แผนที่